v

History of Brocade Thai Silk
    The floral design textile (brocade or "Yok Dok" pattern) with its gorgeous colours has been woven in the Lanna Kingdom for many generations.
    It commenced and was passed down since the time that princess Dararassami, one of the Queen of King Rama the V, took textile designs from the middle region to be copied by the northern people; therefore; the textile designs of the north are similar to those of the middle region.There are some differences only on the details.
     At present, the brocade thai silk or "Yok Dok" are woven in many district of Lamphun as a tradition that has been handed down from generation to generation.
     The brocade design is made by the wearing technique in which the warp yarns are rised while the weft yarns are woven into create patterns in the textile. This technique is different from that used in the 'Teen Chok' or 'Khit' designs in which additional threads are also interwoven.
     The Brocade Thai Silk had been very popular among the noble families and was used as a Shawl or Sarong because the material was thicker than ordinary silk.



Sample of Brocade Thai Silk


thaisilk
ลำพูนผ้าไหมไทย : ผ้าทอจากคุ้มเจ้าถึงชาวบ้าน

     ลำพูนผ้าไหมไทย : ผ้าทอจากคุ้มเจ้าถึงชาวบ้าน การทอผ้าไหมยกดอกของชาวลำพูนมีจุดเริ่มต้นใน "คุ้มเจ้า" ซึ่งแต่เดิมแม้จะเคยมีการทอผ้าฝ้ายยกดอกกันอยู่ก่อนแล้ว แต่ก็เป็นการทอยกดอกด้วยลวดลายธรรมดาไม่วิจิตรเท่าใดนัก จนกระทั่ง พระราชชายาเธอเจ้าดารารัศมี ซึ่งเป็นพระญาติกับเจ้าเมืองลำพูน ได้ถ่ายทอดความรู้เรื่องการทอผ้าไหมยกดอกที่มีลวดลายสวยงามแปลกตา อันได้เรียนรู้มาจากราชสำนักสยาม ให้แก่เจ้าหญิงส่วนบุญชายาของพลตรีเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้าย และเจ้าหญิงลำเจียก ธีดาในเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ให้เป็นผู้เริ่มทำก่อน ต่อมาการทอผ้าไหมยกดอกจึงได้เผยแพร่ไปสู่สาธารณชนในวงกว้าง ได้มีการฝึกหัดชาวบ้านในเขตอำเภอเมือง และป่าซางให้มีความชำนาญในการทอผ้าไหมยกดอกเป็นอย่างดี

     เมื่อมีเส้นทางรถไฟจากกรุงเทพถึงเชียงใหม่ ความต้องการผ้าไหมจากกรุงเทพฯ ยิ่งเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2547 ช่วงที่จอมพล ป.พิพูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีแนวความคิดให้ประชาชนแต่งกายแบบสากลนิยม สุภาพสตรีในยุคนั้นสวมหมวกและนุ่งกระโปรงจีบอย่างสวยงาม ผ้าไหมยกดอกของลำพูนจึงกลายเป็นหัตถอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียง และได้เกิดโรงทอขึ้นมากมายในจังหวัดลำพูน อาทิ โรงทอคุ้มเจ้าหญิงส่วนบุญ โรงทอเจ้าหญิงลำเจียก โรงทอป้าคำแหว้น ป้าฟองคำ ป้าจันทร์ดี ป้าบุญศรี ป้านวลแก้ว คุญย่าบัวผัน ป้าจันทร์นวล ลำพูนผ้าไหมไทย ฯลฯ

     ทางกลุ่มลำพูนผ้าไหมไทย ได้เริ่มรวมกลุ่มกันทอผ้ายกดอกเมื่อต้นปี พ.ศ.2535 และได้อนุรักษ์ลวดลายผ้าไหมยกดอกแบบโบราณ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของลำพูน เช่น ลายดอกแก้ว หรือลายพิกุลไว้ ทั้งยังได้คิดค้นลวดลายใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในโอกาสงานพระราชพิธีต่างๆ และงานแฟชั่นเครื่องแต่งกายร่วมสมัยในปัจจุบัน โดยมีลวดลายให้เลือกหลายแบบทำให้วงการผ้าทอของลำพูนมีความก้าวหน้าได้ควบคุมคุณภาพผ้าทอให้ได้มาตรฐานเป็นเลิศ โดยคัดเลือกเส้นไหมไทยแท้รังเหลืองในการทอ เนื้อผ้าจึงแน่นหนามีน้ำหนัก คงทนสีไม่ตก ยิ่งใส่นานเนื้อผ้ายิ่งมีความนุ่มและเนียนไม่ร้อน ซักเหงื่อได้ดี ทั้งยังได้ปรับปรุงพัฒนางานผ้าไหมยกดอก ให้หลากหลายโดยเป็นผู้นำสีธรรมชาติ (NATURAL COLOUR) มาย้อมและล่าสุดทางกลุ่มลำพูนผ้าไหมไทยได้นำแทคโนโลยีนาโน (NANO TECHNOLOGY) มาใช้ในการย้อมเส้นไหมเพื่อให้ผ้าไหมยกดอกมีคุณสมบัติในการกันน้ำและกันเปื้อน ซึ่งเหมาะแก่งานผ้าไหมที่ใช้สำหรับงานตกแต่งภายใน (INTERIOR) และงานออกแบบลายผ้าจากนักออกแบบชั้นนำ (DESIGNER) เป็นต้น

ปี2543 กลุ่มลำพูนผ้าไหมไทย ได้รับรางวัลผลงานพัฒนาชุมชนดีเด่นระดับอำเภอ จากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย

ปี2544 งานผ้าปูโต๊ะไหมยกดอก ได้รับรางวัล Seal of excellence for Handicraft Products in Southeast Asia จาก UNESCO-AHPADA และได้รับรางวัลชนะเลิศที่ 1 ในหลายประเภทของการประกวดผ้าทอประเภทผ้าไหมยกดอกในงานมหกรรมผ้าทอและของดีเมืองลำพูน

ปี2545 ได้รับเกียรติบัตรจากศุนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดลำพูน ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชน จังหวัดลำพูนดีเด่น ในปีเดียวกันนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศรางวัลที่ 1 ผ้าไหมยกดอกในงานประชุมไหมโลก ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ปี2546 ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณรางวัลชนะเลิศการประกวดผลิตภัณฑ์ผ้าภาคเหนือ จากการประกวดผลิตภัณฑ์ผ้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ดีเด่นระดับภาคเหนือ จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ปี2547 ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมยกดอกได้รับการรับรองและอนุญาตให้แสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน จากสำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

ปี2548 ได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า สำหรับสินค้าผ้าไหมยกกี่พื้นเมือง จากสำนักเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ทะเบียนเลขที่ ค221991





Copyright © 2000 By LAMPOON THAI SILK. #
Unique Thai Silk For Collectors.